
The Beaver Bunch
ตอน Coming out with mom-บอกแม่ว่าหนูเป็นเกย์
http://www.youtube.com/watch?v=ssYUaSHJHyE เข้าไปดูได้เลย
เปิดเผยตัวเองกับครอบครัวซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัว(มากๆ) (ขั้นตอนของการเปิดเผยตัวตนน่าจะเป็น 1.การยอมรับตัวเองก่อน 2. การยอมรับจากครอบครัว 3.การยอมรับจากสังคม) เอาหล่ะ เพื่อเป็นตัวอย่างของการเปิดเผยตัวตน (come out) มิเชล ผู้จัดรายการ The Beaver Bunch ได้ตอบคำถามจากผู้ชมพร้อมๆกับคุณแม่
มิเชล: เราจะพูดเกี่ยวกับเรื่องการเปิดเผยตัวเองเมื่อเจ็ดปีมาแล้ว
คุณแม่: โอเค เลือกมาคำถามข้อแรก
มิเชล: โอเค คำถามแรก คุณแม่มีปฏิกิริยายังไงเมื่อมิเชลเปิดเผยตัวเอง(ว่าเป็นเลสเบี้ยน)?
คุณแม่: (ประโยคก่อนนี้ฟังไม่ค่อยถนัด)นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากได้ยิน นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันวาดเอาไว้ และไม่ใช่สิ่งที่ฉันคิดไว้สำหรับเธอ แม่ที่เจ๋ง(cool) ยอดเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อคนนี้ อาจจะไม่ได้เป็นคนที่เจ๋งอย่างที่คุณคิดเอาไว้ ฉันเคยไม่มีพอใจกับสิ่งนี้(กับการที่มิเชลเป็นเลสเบี้ยน) ฉันเคยรู้สึกผิดหวัง โอเค แต่ฉันก็รักลูกของฉันเช่นกัน ฉันยังจำคำถามแรกของมิเชลตอนเธอเกิดได้ว่า เธอมีนิ้วมือสิบนิ้ว นิ้วเท้าสิบไหม? ฉันไม่ได้ถามพยาบาลว่า เด็กเป็นผู้หญิง หรือ เป็นเกย์มั้ย ฉันแค่อยากรู้ว่าเธอมีสุขภาพดี และฉันก็ได้รับคำตอบว่า มิเชลมีสิบนิ้วทั้งมือและเท้า และเธอมีสุขภาพดี และเธอก็ยังมีสุขภาพดี มีนิ้วมือสิบนิ้ว นิ้วเท้าสิบนิ้ว มิเชลก็ยังคงเป็นมิเชลคนเดียวเหมือนที่เคยเป็น และอะไรที่ฉันต้องการให้เธอเป็น? ฉันไม่ได้ภาพที่วาดไว้ ไม่ได้ตามแผนที่วางเอาไว้ (ประโยคต่อมาฟังไม่ทันอีกแล้วหรือฟังไม่ออกนั่นเอง) สิ่งที่ฉันต้องการคือ ต้องการให้ลูกของฉันมีความสุข และนั่นคือสิ่งที่ครอบครัวของคุณต้องการให้คุณมีความสุขเหมือนกัน ดังนั้นไม่ต้องสนใจเรื่องเพศของคุณ คนที่คุณต้องการ คือคนที่ดูแลคุณ คนที่สนับสนุนคุณ คนที่รักคุณ
มิเชล: แต่ต้องให้เวลากับครอบครัวบ้างที่จะเป็นแบบนี้
คุณแม่: แน่นอน
มิเชล: คุณแม่ไม่ได้ตื่นขึ้นมาแล้วเป็นคุณแม่ที่ยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบแบบนี้
คุณแม่: (ฟังไม่ออกอีกประโยค) ฉันเคยพูดว่า “ฉันทำอะไรลงไป?” สิ่งแรกเลยคือ ฉันไปทำผิดที่ไหน? ทั้งที่เลี้ยงลูกมาแบบผู้หญิง เสื้อผ้าอะไรต่างๆ ฉันสอนว่า สิ่งที่ผู้ชายทำได้ ผู้หญิงสามารถทำได้ดีกว่า(ยกหูกระต่ายขึ้นมา) สอนว่า ลูกสามารถอยู่(คบ)กับผู้ชายได้เพราะลูกอยากจะอยู่(คบ)ไม่ใช่เพราะจำเป็นต้องอยู่(คบ) โอเค ฉันพูดเสมอว่า ผู้หญิงมีคุณค่า มีผู้ชายมากมายที่จะชวนเธอไปทานอาหาร ที่จะขอเธอแต่งงาน ไม่ใช่ผู้ชายที่เธอต้องไปทำอาหารให้ ฉันใส่สิ่งเหล่านี้เข้าไปในสมองเธอเสมอให้เธอเติบโตมา ฉันใส่ใจในเรื่องคุณค่า ว่า ผู้หญิงสามารถทำอะไรได้ทุกอย่างอย่างที่ผู้ชายทำได้ ฉันคิดว่าเธออาจจะทำตามที่ฉันบอกจริงๆ (ยิ้ม) คือ โอเค ตอนนี้ทำอะไรก็ได้อย่างที่ผู้ชายทำได้ (คือ การคบผู้หญิง-ผู้เขียน)
มิเชล-หัวเราะ พูดแทรก นี่สิ่งที่คุณแม่คิดว่ามันทำให้หนูเป็นเกย์เหรอค่ะ
คุณแม่: ใช่ ก็นิดนึง
มิเชล: จริงเหรอ?
คุณแม่: ก็จริง เคยคิดแบบนั้น
มิเชล: คุณแม่โทษตัวเอง?
คุณแม่: ใช่ แม่โทษตัวเอง แต่นักบำบัดของแม่บอก อย่าโทษตัวเอง แต่แม่ก็โทษตัวเอง แม่คิดว่าแม่มีอิทธิพลกับชีวิตลูกมากเกินไปจนลูก จนลูกบอกว่า โอ้ว ฉันต้องการใครสักคนที่เหมือนแม่ ไม่เหมือนพ่อ นั่นคือสิ่งที่แม่รู้สึก พวกคุณก็รู้ใช่มั้ยว่าฉันรู้สึกยังไง ฉันพยายามพูดความรู้สึกจริงๆของฉัน (กระซิบ)
มิเชล: ใช่ ค่ะ ฉันเข้าใจว่าตอนแรกคุณแม่ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาในทางบวก
คุณแม่: มันไม่ใช่ปฏิกิริยาทางลบ แต่มันทุกอย่างมันขัดแย้งกับสิ่งที่แม่ต้องการเพื่อเธอ สิ่งที่ฉันต้องการเพื่อเธอ คือ ชีวิตที่เรียบง่ายสำหรับเธอ ไม่ได้ต้องการให้เธอมีชีวิตที่ลำบาก (เป็นเกย์มันลำบาก-ผู้แปล) และเธอเลือก ไม่สิ ไม่ได้เลือก มันเป็นเพราะเธอเกิดมาเป็นแบบนี้ ซึ่งจะเลือกไหมก็ไม่สำคัญ เพราะนี่คือ สิ่งที่พระเจ้าให้เธอมา พระเจ้าไม่ทำผิดพลาด นี่คือ สิ่งที่พระเจ้าทำให้เธอ ในหัวของแม่จะคิดว่าแล้วลูกจะเป็นอย่างไรต่อไป? ก็ต้องใช้เวลา ต้องให้เวลา(คิด)กับครอบครัว ไม่ใช่ว่า วันนึงรู้ว่า ลูกเป็นเกย์แล้วจะไม่รักลูกแล้ว มันไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย ครอบครัวของคุณรักคุณอย่างไม่มีเงื่อนไข พวกเขาแค่ต้องการเวลาที่จะระลึกได้ว่า คุณก็เป็นคนเดิมที่เคยเป็นมาในวันจันทร์ เมื่อมาบอกพวกเขา(ว่าเป็นเกย์)ในวันพุธ มันต้องใช้เวลา
มิเชล: ฉันคิดว่า มันเหมือนกับการที่เวลาเช้ามาถึง เพราะพ่อแม่ได้ฝัน วาดหวังอะไร ไว้กับลูก ซึ่งพอลูกมาบอกว่า แล้วพอลูกบอก(ว่าเป็นเกย์) แล้วจะต้องไม่ทำตามที่คิดไว้ แต่มันอาจจะแตกต่างออกไป คุณอาจจะมีงานแต่งงานได้ แค่มันจะต่างไปนิดหน่อย ฉันเข้าใจคำถามที่ว่า พ่อแม่จะสนับสนุนไหม? ใช่ แต่มันต้องใช้เวลาสักพัก ซึ่งคุณแม่ของฉันก็ใช้เวลาสองปีที่จะมาถึงจุดนี้ เพราะคุณแม่ก็มีความหวังเอาไว้สำหรับฉันตั้งแต่ฉันเกิดขึ้นมา
คุณแม่: ใช่ ในวันที่ลูกเปิดเผยตัวเอง เป็นวันที่พ่อแม่ต้องปิดบังตัวเอง คุณต้องเข้าใจว่านานเท่าไหร่ที่คุณอยู่ในช่วงของการปิดบังตัวเอง ให้เวลาเราบ้าง ที่จะเปิดประตูที่ปิดบังไว้ และก้าวเท้าออกมาข้างหน้า มันเหมือนกับ เธอก้าวออกมา แต่เราก้าวเข้าไป เพื่อที่จะจัดการกับปัญหาของเราและสิ่งที่เรากังวล ดังนั้นต้องอดทน กรุณาอดทนด้วย
มิเชล: ต้องใช้เวลา คำถามต่อไป ความสัมพันธ์ของมิเชลกับคุณแม่เปลี่ยนไปไหมหลังจากที่มิเชลเปิดเผยกับคุณแม่?
คุณแม่: มันเปลี่ยน แม่คิดว่าเปลี่ยนเพราะ แม่ต้องเข้าใจว่า ลูกไม่ได้เปลี่ยน แต่แม่ต้องเปลี่ยน สิ่งที่แม่เคยมองไว้กับลูกก็ได้เปลี่ยนไป ฉันเคยคิดถึงเวลาที่มิเชลแต่งงาน มีลูก คือสิ่งที่จะเป็นไป ฉันรู้สึกตื่นเต้นถ้าเลือกได้ มันก็ดี (ก็อยากให้เป็นแบบนี้)
มิเชล: มันก็เปลี่ยนไป แต่ฉันคิดว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของฉันกับแม่ดีมากกว่าเก่า เพราะตอนนี้คุณแม่รู้หมดแล้ว คุณแม่รู้จักฉันทั้งหมด นั่นคือ สิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก ตอนนี้มันไม่มีอะไรที่ฉันปิดบังคุณแม่(หันไปมองหน้าคุณแม่) คุณแม่ก็รู้ส่วนที่ยิ่งใหญ่มากในชีวิตฉัน ซึ่งถ้ามิเชลไม่เปิดเผยตัวเองกับคุณแม่ คุณแม่ก็จะไม่รู้
คุณแม่: แน่นอน มันจะเป็นความรู้สึกที่ท่วมท้นมาก ที่เธอไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง และหลบซ่อน แม่ไม่ได้ต้องการให้เธอเป็นคน 16 คน ใน 16 ครั้ง เธอรู้ว่าแม่ต้องการเธอ(ทำมือเป็นวงกลม) เธอทั้งหมด และตัวตนของเธอจริงๆ และครอบครัวทั้งหลายก็ต้องการแบบนี้ คุณรู้ไหม ปล่อยมันเป็นไป พูดมันออกมา(Share it) และนั่นจะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นด้วย โอเค นั่นคือ สิ่งที่ครอบครัวต้องการเพื่อเธอ ไม่ต้องสนใจเลยว่า ครอบครัวจะเป็นพวกอนุรักษ์นิยม หรือเป็นพวกเกลียดเกย์ (มิเชลพูดแทรก-Homophobia ) หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ พวกเขามีอยู่เพื่อคุณ ไม่ต้องสนใจเลย
มิเชล: ใช่ค่ะ ฉันได้คำถามมากมายว่า ผู้ชมหลายคนมีครอบครัวที่เป็นพวกเกลียดเกย์ เป็นพวกอนุรักษ์นิยม ซึ่งก็เหมือนๆกัน
คุณแม่: ใช่ ครอบครัว คือ ครอบครัว มัน come around มันต้องใช้เวลา ทั้งหมดต้องใช้เวลา และคุณก็มีเวลา และมันไม่นาน คุณรู้ว่านี่คือ พรหมลิขิต นี่คือ คุณเกิดมาเพื่อเป็นสิ่งนี้ นี่คือสิ่งที่คุณเป็น บอกให้พวกเขารู้ บอกให้พวกเขารู้เร็วเท่าไหร่ พวกเขาก็จะรับมือกับมันได้เร็ว และออกมาจากการปิดตัวเองได้เร็วเท่านั้น และก็สามารถใช้ชีวิต โดยมีครอบครัวสนับสนุนอยู่ข้างหลัง และพวกเขาก็รู้ว่าคุณคือ ลูกคนเดิมอย่างที่เคยเป็น และเป็นคนเดิมที่เคยเป็น
มิเชล: คำถาม- คุณรู้สึกยังไงตอนที่บอกแม่ แล้วเคยรู้สึกไหมว่าไม่อยากบอกแม่เลย?
ฉันรู้สึกกลัวมากที่จะบอกแม่ กลัวอย่างมากๆด้วยความกดดัน เรามีความความสนิทสนมกันมาก คุณแม่มีความสำคัญกับมิเชลมาก ในทุกๆสิ่งที่มิเชลทำ คุณแม่ก็ภูมิใจในตัวมิเชล และมิเชลกลัวที่สุดว่าจะทำให้คุณแม่ผิดหวัง และฉันก็ยังรู้สึกอยู่จนถึงทุกวันนี้ นี่คือสิ่งที่ฉันรู้สึกมากๆ ที่กลัวมากที่สุด ที่จะทำให้แม่ผิดหวัง
คุณแม่: ทำให้แม่ผิดหวังเหรอ? หันหน้าไปมองมิเชล
มิเชล: ใช่ค่ะ ก็ทำให้คุณแม่ผิดหวัง คุณก็ไม่อยากจะทำให้แม่ผิดหวัง มิเชลเป็นลูกคนเดียวแล้ว ถ้าคุณแม่จะไปบอกหลานๆว่า มิเชลเป็นเกย์ ก็..มิเชลก็รู้สึกกลัวมากๆ
คุณแม่: แล้วคนอื่นๆมีปฏิกิริยายังไง?
มิเชล: ทุกคนก็...จริงแล้วคุณแม่เป็นคนที่แสดงปฏิกิริยาในทางลบมากที่สุด
คุณแม่: เห็นไหม พวกคุณคิดว่าแม่เจ๋ง (ขยิบตา)
มิเชล: คุณปู่คุณย่าโอเค คุณพ่อโอเค (กับการที่มิเชลเป็นเกย์) ความสัมพันธ์กับทุกคนปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มีคนเดียวที่รับมือกับเรื่องนี้ได้แย่ที่สุดคือ.....คุณแม่!!! (ยิ้ม) คุณแม่มีช่วงเวลาที่ยากลำบากกับเรื่องนี้ คุณแม่โกรธฉัน
คุณแม่: เพราะแม่โทษตัวเอง
มิเชล: เราผ่านช่วงเวลาสองปีนั้นมาอย่างยากลำบาก
คุณแม่: แน่นอน เพราะแม่โทษตัวเองว่า ไม่ได้ศึกษา ไม่ได้ฉลาดเพียงพอ ไม่ได้ตระหนักว่า “ลูกเกิดมาเป็นแบบนี้” และมันไม่ใช่การเลือก นี่ไม่ใช่สิ่งที่เลือกได้(เน้นเสียง) จนกระทั่งฉันมาสามารถเข้าใจได้ว่า มันคือสิ่งที่เลือกไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้ และฉันก็ไม่ได้ทำอะไรลงไป(ทำให้มิเชลเป็นเกย์) ซึ่งฉํนเคยคิดว่ามันเป็นเพราะฉัน เพราะฉันทำเกินไป มีบทบาทเกินไปในชีวิตมิเชล หรืออาจจะทำอะไรลงไป จนเมื่อได้คำตอบว่า ลูกรู้ใช่ไหมว่าแม่เป็น manasis และมันไม่ผิดที่จะเป็นเกย์ (มิเชล-ใช่ค่ะ) และฉันต้องเรียนรู้ ครอบครัวของคุณก็ต้องเรียนรู้ เหมือนกับที่คุณกูเกิ้ล และคุณค้นพบคำตอบ คุณก็ต้องให้เวลาเราค้นหาเหมือนกัน
มิเชล: คุณแม่กำลังจะบอกว่า เวลานั้น(ที่แม่ไม่คุยกับมิเชล) คุณแม่ใช้เวลาศึกษา
คุณแม่: ร้อยเปอร์เซ็นเลย
มิเชล: (พูดต่อ) หรือหาทางที่จะรับมือกับเรื่องนี้
คุณแม่: อย่างไม่ต้องสงสัยเลย...ถ้าคุณเปิดเผยตัวเอง และต้องการให้พ่อแม่ดูวีดีโอนี้ และพวกเขามีคำถาม ถามเราได้ ฉันจะมีความสุขมากที่จะได้ตอบคำถาม ถึงที่สิ่งที่ฉันได้ผ่านพ้นมา ในเรื่องส่วนตัว ความรู้สึกลึกๆ และเราจะอยู่ตรงนี้เพื่อนช่วยคุณ เพราะพวกคุณต้องการ(คำตอบ) พวกผู้ปกครองก็ต้องการเช่นกัน โอเค ถ้าฉันสามารถช่วยแม่หนึ่งคนได้ อาจจะทำให้มันง่ายขึ้นได้สำหรับเธอ แต่มันอาจไม่ง่าย มันไม่ง่ายเลย เพราะคุณได้เอาฟองสบู่(ความฝัน ความหวัง) จากฉันไป ที่ฉันมีไว้สำหรับเธอ แต่ฟองสบู่ก็กลับมา ฉันยังคงมีความฝันความหวังไว้ให้เธอ ฉันก็ยังหวังให้เธอสามารถมีได้ทุกอย่าง ฉันมีความสุขถ้าเธอเลือกคู่ที่ดี ฉันมีความสุขที่จะมีใครสักคนดูแลเธอ มีคนที่เคารพเธอ มีคนที่รักเธอ ฉันไม่สนใจว่าเขาจะเป็น คิงคอง ไหม ถ้านั่นทำให้ลูกของฉันมีความสุข ก็จะทำให้ฉันมีความสุขด้วย
มิเชล: ขอบคุณค่ะแม่ แต่หหนูก็ไม่ได้คบกับคิงคอง (หัวเราะ) เอาหล่ะ คำถามต่อไป ถามว่า ถ้าจะบอกพ่อแม่หัวโบราณจะทำอย่างไร? ก็เหมือนๆกับครอบครัวอื่นๆ ไม่มีความแตกต่าง เป็นวิธีการเดียวกัน ครอบครัว คือ ครอบครัว ไม่ต้องสนใจภูมิหลังของพวกเขา หรือ ศาสนาของพวกเขา ไม่ต้องสนใจเลย
คุณแม่: ไม่มีความแตกต่างกันเลย ครอบครัว คือ ครอบครัว
มิเชล: เรามีคำถามสองคำถามเกี่ยวกับ การรับมือกับครอบครัวของแฟนเรา หนึ่งในคำถาม ถามว่า ครอบครัวของแฟนเป็นโรคเกลียดเกย์มาก เมื่อแฟนบอกครอบครัวว่าเป็นเกย์ คุณคิดว่าแฟนของฉันจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร? เวลา ฉันจะพูดว่ามันคือ เวลา
คุณแม่: ใช่ เวลา คือ คำตอบของทุกคำถามของคุณ เวลา คือ สิ่งที่สำคัญ อย่าเป็นคนที่ไม่อดทน ให้เวลาครอบครัวของคุณเท่ากับเวลาที่คุณตระหนักว่าคุณเป็นใคร และให้ครอบครัวของคุณกูเกิ้ลด้วยเหมือนกัน ยังมีกลุ่มสนับสนุน ครอบครัวอื่นๆ มันก็คือ สิ่งที่ครอบครัวของคุณต้องผ่านพ้นมันไป คุณเคยปิดบังและก็ออกมา ครอบครัวของคุณปิดบังและคุณก็ต้องปล่อยให้เขาออกมา และต้องคอยสนับสนุน
มิเชล: มันก็ค่อนข้างยาก ฉันเข้าใจ ฉันผ่านพ้นมันมา มันยากอย่างเหลือเชื่อ ที่จะให้ครอบครัวยอมรับคุณอย่างไม่สนใจสิ่งใดเลย ครอบครัวควรที่จะสนับสนุนคุณ โอบอุ้มคุณ ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่มันก็ต้องใช้เวลา มันค่อนข้างยาก แต่คุณก็ต้องให้เวลาที่จะได้พวกเขากลับมา
คุณแม่: (หันไปมองหน้ามิเชล) แม่รักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข และสำหรับแม่ก็ต้องไม่มีเงื่อนไขสำหรับลูกด้วย (มิเชล-ใช่ค่ะ)
คุณแม่: นั่นไง
มิเชล: คุณแม่ถูกค่ะ เหมือนกับพอที่คุณเปิดเผยตัวเอง ครอบครัวอยากจะกอดคุณ และบอกว่า ฉันรักเธออย่างโดยไม่สนใจสิ่งอื่นเลย โอเค ทุกอย่างจะเรียบร้อย
คุณแม่: แล้วลูกอยากทานอาหารเย็นอะไร?
มิเชล: ฉันรู้ว่าคุณอยากได้ยินมัน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่มันก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ครอบครัวของคุณต้องมีเวลาที่จะปิดตัวเอง(ไม่ยอมรับว่าลูกเป็นเกย์)และออกมา(ยอมรับ)ด้วยตัวของพวกเขาเอง แลคุณก็ต้องเข้าใจ ฉันเข้าใจที่พวกคุณถามเรื่องนี้กันมาก
คุณแม่: อดทน ต้องอดทน และทุกอย่างจะเปลี่ยนไปตามที่คุณต้องการให้มันเป็น
มิเชล: และคำถามอีกคำถามเกี่ยวกับ ครอบครัวของคนรัก คือ ครอบครัวของคนรักของฉันรู้สึกไม่พอใจกับชีวิตของแฟนฉัน และฉันควรจะทำอย่างไร? ซึ่งฉันจะเป็นคนตอบคำถามนี้ในฐานะที่ผ่านประสบการณ์นี้มา ครอบครัวของแฟนฉันผ่านประสบการณ์นี้มาอย่างยากลำบาก พวกเขาใช้เวลาถึงห้าปีที่จะยอมรับเราในฐานะคู่รัก และคำแนะนำที่ดีที่สุดที่ฉันสามารถให้กับคุณได้คือ เมื่อพวกเขาเห็นว่ามันคือ ความสัมพันธ์ที่จริงจัง
คุณแม่: นั่นทำให้ลูกของคุณมีความสุข
มิเชล: นั่นคือ สิ่งที่ทำให้ลูกของคุณมีความสุข และคุณรักลูกของคุณอย่างไม่มีเงื่อนไข พวกเขาจะไม่ต่อต้าน และคู่ของคุณคือ คนที่สร้างความสุขให้คุณ พวกเขาจะเห็น แต่ต้องใช้เวลา
มิเชล: โอเค คำถาม ซึ่งเหมือนกับประสบการณ์ของเพื่อนๆของฉันคือ คุณจะทำอย่างไรถ้าน้องสาวของคุณก็เปิดเผยออกมาว่าเป็นเกย์เหมือนกัน? คุณรู้สึกเสียใจไหมที่ลูกสาวทั้งสองคนเป็นเลสเบี้ยน?
คุณแม่: อีกครั้งที่ฉันต้องพูดว่า ฉันไม่ใช่สิ่งที่เลือกได้ ที่คุณเกิดมาเป็นแบบนี้ ครอบครัวจะรู้สึกอย่างไรเมื่อลูกมากกว่าหนึ่งคนเป็นเกย์ นี่คือ โอกาสที่ดีที่อีกคนจะเป็นเกย์ แล้วฉันจะจัดการกับมันอย่างไร? ก็คงจะเหมือนกับครั้งแรก ถ้าคุณมีลูกสองคนตาสีฟ้า คุณจัดการยังไง? แล้วถ้าคนที่สามคนมีตาสีน้ำตาลหล่ะ นี่คือ สิ่งที่มันเป็นไป คุณมีลูกสองคนที่มีตาสีฟ้า คุณมีสองสองคนที่เป็นเกย์
คุณแม่: แม่ผ่านมันมาแล้ว และแม่คิดว่า มันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับน้องสาว หรือพี่สาว น้องชาย หรือพี่ชายที่จะมีเพื่อนที่เป็นด้วยกัน
มิเชล: ฉันจะชอบมาก(ที่มีพี่น้องเป็นเกย์)
คุณแม่: ฉันเชื่อว่าถ้ามีลูกในครอบครัวมากก็จะมีโอกาสที่จะเป็นไปได้
มิเชล: Double years homo, Double years friend (ยังไงดี)
คุณแม่: แน่นอน!!
มิเชล: คำถาม คุณกับคุณแม่พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องเพศของคุณว่าอย่างไร? เราก็ไม่...มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แม้กระทั่ง นี่ลูกสาวเกย์ของแม่
คุณแม่: มิเชลค่อนข้างจะทดสอบ
มิเชล: เวลาที่พบกับบางคนที่ฉันคิดว่า ไม่ใช่แบบที่ฉันชอบ
คุณแม่: แต่แม่คิดว่าเขาสวย
มิเชล: คุณแม่มีความคิดเห็นที่น่าสนใจที่สุดเสมอ (หัวเราะ) มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย เราไม่ค่อยได้คุยถึงเรื่องนั้นเท่าไหร่ แต่บางทีฉันก็บอกว่า มิเชลกำลังจะไปบาร์สำหรับผู้หญิงวันนี้
คุณแม่: แม่จะพูดว่า ไปกับรถโดยสาร
มิเชล: มันไม่ใช่ประเด็นในครอบครัวของเรา เราไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น
คุณแม่: แม่จะบอกว่า ถ้าลูกจะดื่มให้ใช้รถโดยสาร
มิเชล: คำถาม พวกคุณสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกันได้อย่างไร?
คุณแม่: เวลา!!! เวลา เวลา เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเสมอ โชคร้ายที่ฉันมักจะอ่านความคิดของมิเชลได้
สำหรับฉันความสัมพันธ์ของเรามันดีเพราะฉันรักมิเชลและมิเชลรักฉัน และฉันคิดว่ามันคือกุญแจสำคัญ มิเชลบอกว่าต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร
มิเชล: ฉันไม่สามารถมีความลับกับคุณแม่ได้เลย
คุณแม่: แน่นอน ไม่มีทาง
มิเชล: ฉันรู้สึกว่า ฉันโชคดีตรงจุดนี้ คุณแม่เลี้ยงฉันเหมือนกับน้องสาว เหมือนเพื่อนสนิท ฉันไม่เคยรู้สึกตื่นกลัว หรือไม่สบายใจ เพราะคุณแม่ไม่เคยตั้งข้อห้าม ทำให้มิเชลสามารถเดินมาหาคุณแม่และพูดกับคุณแม่ได้อย่างเสรีตามที่มิเชลต้องการ ไม่เคยที่แม่จะพูดว่า โอ้ว...เราจะไม่พูดถึงเรื่องนั้น
คุณแม่: นั่นคือ ความจริง
มิเชล: เราสามารถพูดกันได้ทุกเรื่องจริงๆ นี่คือ สิ่งที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับเรา เมื่อฉันเปิดเผยตัวตน ขณะที่ฉันรู้สึกหวาดกลัว ขณะที่กำลังลำบาก ในท้ายที่สุดเราก็ได้ความสัมพันธ์ที่ดีนั้นกลับมา นี่คือ รากฐานที่แข็งแรง
คุณแม่: แน่นอน ตอนนี้เราเป็นเหมือนกับหิน(ยกกำปั้นชนกัน)(มิเชล-ใช่เราเป็น)
มิเชล: ใช่ตอนนี้เราใกล้ชิดกันมากกว่าเดิมที่เคยเป็นมา ฉันเคยคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ คำถาม ทำอย่างไรที่คุณแม่ของฉันจะรู้ว่าฉันเป็นคนเดิมเหมือนเคย หลังจากที่ฉันบอกว่าเป็นเกย์?
คุณแม่: คุณก็ทำให้ดีที่สุดที่จะทำให้คุณแม่ของคุณเห็นว่าคุณเป็นคนเดิม มันคือ เวลา คุณแม่ของคุณจะต้องก้าวผ่าน และตระหนักว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องการสำหรับลูก ภาพฝันที่วาดไว้ เราเรียกมันว่าอะไรนะ ซินเดอเรลล่า สตอรี่ (Cinderella Story) เจ้าชายขี่ม้าขาวมา โอเค ม้าจะมาแน่ แต่คนขี่อาจจะไม่ใช่ผู้ชาย!!! แต่กว่าที่พ่อแม่จะมาถึงจุดนี้ได้ต้องใช้เวลา ต้องให้เวลากับเรา ให้ความเคารพ ให้ความอดทน เหมือนกับที่ต้องให้กับตัวคุณเองด้วย นั่นคือ ทั้งหมดที่เราต้องการ เพราะคุณก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมาวันหนึ่งแล้วบอกว่า นี่คือ สิ่งที่ฉันเป็น ดังนั้นเราก็ต้องการมากกว่า เช้าวันเดียว เช่นกัน
มิเชล: แล้วถ้ามีคนที่บอกพ่อแม่ ปู่ย่า ครอบครัว ว่าเป็นเกย์ แล้วพวกเขาไม่พูดกับเราเลย?
คุณแม่: ไม่ ครอบครัวจะไม่สามารถไม่พูดกับคุณเลยได้ พวกเขาต้องการเวลา (มิเชล-อาจจะห้าเดือน) โอเค อาจจะห้าเดือนซึ่งคุณก็ต้องหาใครสักคนที่จะพูดคุยได้ คุณอาจจะต้องการนักบำบัด ต้องการแรบไบ(บาทหลวงยิว-ผู้แปล) พระ บาทหลวง ใครสักคนที่จะรับฟัง สำหรับครอบครัวคุณยังเป็นลูกคนเดิม แต่พวกเขาก็ต้องการเวลา(ที่จะเข้าใจ-ผู้แปล)
มิเชล: แล้วถ้าบางคนไม่สนิทกับครอบครัว แล้วเขายังควรที่จะเปิดเผยตัวเองไหม?
คุณแม่: แน่นอน ถ้าคุณยังอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับครอบครัว
มิเชล: แล้วถ้าไม่ได้อยู่ด้วยแล้วหล่ะค่ะ ถ้าพวกเขารู้สึกไม่สนิทสนมกับครอบครัว
คุณแม่: พวกเขามีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าคุณเป็นอย่างไร เหมือนกับคุณก็มีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าครอบครัวของคุณเป็นอย่างไร
ทำไมพวกเขาถึงจะใช้ชีวิตโดยที่รู้ว่าคุณเป็นอย่างหนึ่ง ทั้งๆที่คุณเป็นอีกย่างหนึ่ง ใครจะรู้ว่ามันจะนำไปสู่อะไร? มันไม่มีอะไรที่ปิดไปเลย ปิดประตูไปเลย โอเค พวกเขาไม่ใส่ใจฉัน ไม่สนิทสนมกับฉัน ซึ่งพวกเขาก็จะไม่ปิดประตูตายไปเลย เพราะพวกเขาจะต้องเปิดหน้าต่างเอาไว้ อย่าพูดว่าจะไม่บอกอะไรพวกเขาเลย ควรจะบอกให้หมดเพราะมันดีสำหรับตัวคุณเองที่จะได้ยินมัน เวลาที่คุณพูด ว่า คุณเป็นอย่างไร (เน้นเสียง) แล้วนั่นคือ สิ่งที่คุณเป็น พูดมันออกมา บอกโลกทั้งโลก
มิเชล: และคุณไม่ควรที่จะขอโทษในสิ่งที่คุณเป็น
คุณแม่: แน่นอน อย่าซ่อนมันไว้
มิเชล: และเราจะไม่พูดว่ามันง่ายเลย
คุณแม่: ไม่มีอะไรง่ายเลย
มิเชล: มันไม่ง่าย
คุณแม่: แน่นอน ทำไมต้องหลอกลวงว่า คุณเป็นอย่างไร? ทำไมต้องมีชีวิตอยู่กับการโกหก? ทำไมต้องพูดว่าคุณเป็นอีกอย่างทั้งที่คุณเป็นอีกอย่าง? ทำไมต้องแสดง? เป็นตัวของตัวเอง และต้องแสดงให้ครอบครัวของคุณเห็น
มิเชล: คำถาม แล้วคุณแม่จะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อ วันหนึ่งลูกบอกว่าจะแปลงเพศ?
คุณแม่: แม่จะบอกว่า วันหนึ่งถ้าลูกของแม่บอกว่า แม่ค่ะ วันนี้ลูกเป็นผู้หญิง พรุ่งนี้จะเป็นผู้ชาย มันไม่เหมือนกับลูกมาบอกว่าเป็น GI Joe พวกเขารู้ว่าลูกของเขาเป็นอย่างไร เหมือนกับแม่รู้ว่ามิเชล เกลียดกีฬา
มิเชล: ใช่ค่ะ ไม่มีโอกาสที่จะแปลงเพศได้เลย
คุณแม่: ลูกเกลียดกีฬา ลูกไม่ชอบดูอเมริกันฟุตบอล ลูกไม่ชอบที่แม่ตัดผมลูก ลูกเติบโตมาโดยที่แม่ไม่ได้สงสัยเลยว่าลูก..
มิเชล: เติบโตมาโดยรู้สึกว่าเป็นผู้ชาย
คุณแม่: แม่คิดว่าลูกอาจจะชอบผู้หญิง แต่ไม่คิดว่าจะ...(แปลงเพศเป็นผู้ชาย)
มิเชล: เย้ คุณแม่ถูก คุณแม่เลือกสิ่งที่ดีที่สุด เย้คุณแม่ได้ลูกสาวเกย์ (ยิ้ม)
คุณแม่: แม่มีลูกสาวที่น่ารักที่สุดในโลก (ยิ้ม) สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เป็นตัวของตัวเอง เป็นคนที่มีความสุข เป็นคนฉลาด เป็นคนที่คิดพิจารณา เป็นคนที่รู้จักเคารพ และให้เวลากับครอบครัว
มิเชล: มิเชล คิดว่า เราทำสำเร็จแล้ว ขอบคุณค่ะคุณแม่
คุณแม่: แล้วถ้าพวกคุณมีคำถามอะไร ก็สามารถติดต่อกับบีเวอร์ได้ และแม่คิดว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง เพราะแม่คิดว่าแม่รักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข และลูกก็ควรจะไม่มีเงื่อนไขด้วย
มิเชล: ขอบคุณคุณแม่มากๆค่ะ ฉันมีแม่ที่ดีที่สุดในโลก
คุณแม่: และฉันก็มีลูกสาวที่น่ารักที่สุดในโลก
จบ
คราวหน้าโปรดติดตาม คอลัมน์ รวมพลังคน GLBTQ